2006/Sep/15

เพื่อน คือ คนแรกที่ทำให้เรารู้จักผู้อื่น

เพื่อน..คือคนแปลกหน้าคนแรก...ที่ทำให้เรารู้จักความรัก

นอกเหนือจากคนในครอบครัว..ที่เรารักกันมาตั้งแต่เกิด

เพื่อน..โผล่หัวมาตอนโต...เป็นใครไม่รู้..แล้วจู่ๆ

วันหนึ่งเราก็รักมันได้

ฉันมองความรักเพื่อน..เป็นความรักที่น่าเคารพยกย่อง

แต่ต้องเป็นเพื่อนแท้ด้วยนะ..เพื่อน..จะรักกันแบบพอดีๆ

ไม่หวง..ไม่หึง.ไม่ต้องการอะไรตอบแทน..เรารักกันสบายๆ

มีปัญหาปรึกษากัน.มีเรื่องเดือดร้อนช่วยกัน..

มีอะไรไม่สบายใจปรับทุกข์กัน

แต่ในขณะเดียวกันต่างคนต่างก็มีโลกเป็นของตัวเอง

เธอมีแฟนฉันไม่ว่า..เธอสนุกของเธอไป..

เราต่างยินดีในความสุขของกันและกัน

ไม่ต้องมาเจอกัน...ก็ยังห่วงกัน..ยังคิดถึงกัน

ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ

ถ้ามั่นใจว่าเจอเพื่อนแท้แล้ว..เชื่อเถอะว่า..

ไม่ว่าเราจะห่างกันอย่างไร..

เราจะคิดถึงกัน

และเราจะไม่มีวันเลิกคบกัน..

เพราะเธอไปมีเพื่อนใหม่..

ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนใหม่..ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้...

มันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข

คนบางคนบอกว่า..คุยกับเพื่อนได้ทุกเรื่อง..

แต่คุยกับแฟน..กับพ่อแม่ได้บางเรื่อง

นี่แหละ..ที่มันเป็นความรักที่ประหลาด...แต่งดงาม

มันมีความเข้าใจ.. ไว้ใจ ..เชื่อใจ..ในจุดสมดุล

.....

RUK NA


edit @ 2006/09/15 11:54:27

2006/Sep/15


ความคิดสมัย ป.1
เพื่อนที่ดีคือคนที่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคุณ แล้วก็จับมือคุณระหว่างเดินผ่านห้องโถงที่น่ากลัว
ความคิดสมัย ป.2
เพื่อนที่ดีคือคนที่ทำให้คุณเข้าเรียนคลาสที่ไม่อยากเรียน (มั้ง)
ความคิดสมัย ป.3
เพื่อนที่ดีคือคนที่แบ่งอาหารกลางวันให้คุณ เมื่อคุณลืมกล่องข้าวไว้ที่บ้าน = =?
ความคิดสมัย ป.4
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมเปลี่ยนคู่เต้นในวิชาลีลาศเมื่อคุณไม่อยากจับคู่เต้นอยู่กับนิกจอมลามก
หรือเอ็มกลิ่นแรง
ความคิดสมัยป.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่เผื่อที่นั่งให้คุณเมื่อถึงมื้อเที่ยง
ความคิดสมัย ป.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่พาคุณไปหาคนที่คุณตกหลุมรัก เพื่อขอให้เค้ามาเต้นรำกับคุณ เผื่อว่าเค้าปฏิเสธคุณจะได้ไม่ต้องอายไง
ความคิดสมัย ม.1
เพื่อนที่ดีคือคนที่ให้คุณลอกรายงานสังคม
ความคิดสมัย ม.2
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณทำรายงานกลุ่มและไม่เคยนินทาคุณลับหลัง
ความคิดสมัย ม.3
เพื่อนที่ดีคือคนที่เปนที่ปรึกษาปัญหาหัวใจให้คุณและอินกับคุณในทุกๆอารมณ์
ความคิดสมัยม.4 คือ
คนที่ยอมเปลี่ยนวิชาเรียนเพื่อที่คุณจะได้มีเพื่อนนั่งกินข้าว
ความคิดสมัย ม.5
เพื่อนที่ดีคือคนที่ยอมให้คุณขับรถใหม่ของเค้า
ช่วยคุยกะพ่อแม่ของคุณเวลาคุณมีปัญหา แล้วก็คอยปลอบคุณตอนที่คุณเลิกกับแฟน
ความคิดตอน ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณเลือกมหาวิทยาลัยที่จะเข้า
แถมยังช่วยคุยกับพ่อแม่ให้ยอมให้คุณไปเรียนมหาลัยนั้นอีกด้วย
ในงานจบการศึกษา เพื่อนที่ดีของคุณ คือคนที่ร้องไห้เงียบๆ ในใจ
แล้วก็แบ่งปันรอยยิ้มกว้างๆ ให้คุณ
หน้าร้อนหลังจบ ม.6
เพื่อนที่ดีคือคนที่ช่วยคุณล้างขวดหลังงานปาร์ตี้
ช่วยคุณแอบย่องออกจากบ้านตอนที่คุณตกลงกับพ่อแม่ไม่ได้
ทำให้คุณกับแฟนกลับมาคบกันอีก
ช่วยคุณเก็บของเพื่อย้ายไปมหาลัย
แล้วก็กอดคุณอย่างเงียบๆ มองคุณด้วยแววตาที่ขุ่นมัวพร้อมกับความทรงจำ
18 ปีที่ผ่านมา...... ให้กำลังใจคุณในทางที่คุณเลือกเดินเหมือน 18ปีที่ผ่านมา
และตอนนี้ เพื่อนที่ดี .... ยังคงเป็นคนที่ให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ จับมือของคุณเมื่อคุณกลัว
ช่วยคุณต่อสู้กับสิ่งที่พยายามเอาเปรียบคุณ
คิดถึงคุณตลอดเวลาที่คุณไม่อยู่ เตือนคุณในสิ่งที่คุณลืม
ช่วยคุณผ่านอดีตแต่ก็เข้าใจเมื่อคุณอยากอยู่กับอดีตอีกซักนิด
อยู่กับคุณเพื่อให้คุณมีความมั่นใจ หรือไปไกลๆ คุณซักพักเพื่อให้คุณได้มีเวลากับตัวเอง ช่วยคุณแก้ไขความผิดพลาด
ช่วยคุณจัดการกับความกดดันทั้งหลาย
ยิ้มให้คุณเมื่อยามคุณเศร้า
ช่วยให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้น และอย่างสำคัญที่สุด คือ คุณส่งความรู้สึกนี้ 
ให้เพื่อนเก่าและเพื่อนใหม่
และเพื่อนที่อยู่กับคุณตลอด (ยังไม่ร้องไห้ใช่มั้ย? ยังมีต่ออีกนะ)
ขอบคุณสำหรับความเป็นเพื่อน ไม่ว่าเราจะไปถึงจุดไหน หรือเรากลายเป็นอะไร
จะไม่มีวันลืมคนที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้น ไม่มีการผิดเวลาที่จะโทรศัพท์ หรือส่งข้อความ
เพื่อบอกเพื่อนของคุณว่า คุณคิดถึงพวกเค้าขนาดไหน หรือว่าคุณรักพวกเค้าขนาดไหน
คุณรู้ว่าคุณเป็นใคร ส่งความรู้สึกนี้ไปให้คนบางคนที่คุณอยากจะนึกถึง
ดังนั้น ส่งเมล์นี้ให้เพื่อนคุณทุกๆ คน และรอคอยให้เค้าส่งกลับ
ถ้าคุณรักใครซักคน ก็บอกเค้าซะ
จำไว้เสมอเลยนะว่าพูดสิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณหมายถึง
อย่ากลัวที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเอง
ใช้โอกาสนี้ในการบอกใครซักคนที่มีความหมายกับคุณ
คว้าเอาไว้แล้วจะไม่เสียใจ
สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ใกล้ๆ 
กับเพื่อนและครอบครัว
สำหรับการที่พวกเค้านั้นทำให้คุณกลายมาเป็นคุณในวันนี้ บอกความรู้สึกซะ
ให้เกิดความแตกต่างขึ้นในวันของคุณและเค้า
ความแตกต่างระหว่างการแสดงความรัก และการเสียใจ คือ การเสียใจอาจจะอยู่ตลอดไป

2006/Sep/13

อันนี้เพื่อนมานฝากมานะคับ ไงก้ออ่านหน่อยน๊า...

ความรัก คือ การทิ้งความกลัวไป

คำกล่าวที่มีความหมายดี ๆ นี้ดูสวยงาม

แต่อาจจะยากแก่การลงมือทำ

จริง ๆ ในสายตาของบางคน

ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลย

หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย จากความรักมาแล้ว . . .

พวกเขารู้สึกว่า . . .

การนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความรัก

ก็เหมือนกับการเสี่ยง .. . เสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ . . .

ถูกทำให้ผิดหวัง . . . ถูกทอดทิ้ง..และทำให้เจ็บปวด

จึงเป็นที่มาของความรู้สึก . . . กลัวความรัก . . .

. . . แม้ความรักอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต

แต่มันก็มีค่า.. ต่อการมีชีวิตอยู่

เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย

. . . อยากบอกกับคนที่ยังกลัวความรักว่า

ไม่ผิดหรอกที่คุณจะกลัวมัน

เพราะอย่างน้อยคุณก็รู้ตัวเองดีว่า กลัวความรัก

ต่างกับคนที่วิ่งหนีความรัก และเฝ้าหลอกลวงตัวเองว่า

มีความสุขดีแล้วกับการอยู่คนเดียว

ไม่จำเป็นต้องพบเจอและสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง

เพราะกลัวจะต้องรักคนอื่น

แต่ลืมนึกไปว่า ถึงเราจะหนีมันอย่างไร ก็หนีไม่พ้นหรอก

เพราะความรักมันอยู่ในใจของเรา

จะหนียังไงมันก็เจ็บปวดอยู่ลึก ๆ

แล้วคุ้มหรือเปล่ากับการต้องหลอกตัวเองไปเรื่อย ๆ อย่างนั้น

.... หนทางของความรัก มันอาจจะไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน

ให้เราเดินไปได้สะดวกหรือง่าย ๆ

แต่สิ่งที่รออยู่ที่ปลายทางนั้น ก็มีค่ามากพอ

ที่จะกวักมือเรียกเราให้เดินเข้าไปหา

. . . แทนที่เราจะวิ่งหนีมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นเตรียมตัวเองให้พร้อม

เวลาที่จะต้องไปเจอกับมันดีกว่า

เหมือนกับเวลาที่เราออกเดินทาง

ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปบ้างเผื่อเจออากาศที่หนาวเย็น

เสื้อกันฝนหยิบไปหน่อยก็ดี

เผื่อหยิบมาใส่เวลาที่ฝนมันตก

หยูกยาก็ติดไปบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ

พอปฐมพยาบาลตัวเองเบื้องต้นเวลาเจ็บไข้

. . . แต่ถ้าเดินทางออกไปแล้วโชคร้าย

ต้องสะบักสะบอมกลับมาก็ไม่เป็นไร

รักษาตัวเองใหม่ เผื่อออกเดินทางในครั้งต่อไปก็เท่านั้นเอง

แต่เชื่อไหมว่า . . . การเดินทางครั้งต่อไปของเรา

มันต้องดีกว่าครั้งแรกอยู่แล้วล่ะ . . .ว่าไหมคับ?


edit @ 2006/09/13 16:20:37